ก.พ. สั่งข้าราชการไร้น้ำยาออกฯ
posted on 20 Mar 2009 23:41 by tahwanประกาศกฎเหล็ก ก.พ. สั่งข้าราชการไร้น้ำยาออกจาก ราชการ
ประกาศใช้กฎ ก.พ.สั่งให้ข้าราชการไร้ประสิทธิภาพออกจากราชการ
ประเมินไม่ผ่าน ให้โอกาสปรับปรุงตัวเอง แต่ถ้าไม่ถึงเป้าหมาย
ให้ออกได้ทันที แต่ยังมีสิทธิอุทธรณณืต่อ ก.ค.พ.ภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าว "มติชนออนไลน์" รายงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคมว่า
มีการประกาศใช้กฎ
ก.พ.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการกรณีไม่สามารถ
ปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2552
ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552
ที่ผ่านมาซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการพลเรือน
ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลออกจากราชการ
โดยจะต้องให้โอกาสข้าราชการที่ไร้ประสิทธิภาพได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง
ก่อน ถ้าถึงที่สุดถูกสั่งให้ออกจากราชการแล้ว
มีสิทธิ์อุทธรณ์คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ภายใน 30 วัน
สำหรับรายละเอียดของกฎ ก.พ.ดังกล่าวมี ดังนี้
1.
การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ
เหตุทดแทน
กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับ
อันเป็นที่พอใจของทางราชการนั้น
ให้ส่วนราชการพิจารณาจากผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการผู้นั้นเป็นหลัก
และให้ส่วนราชการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. นี้
2.เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่กำหนดตามมาตรา 76 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.
2551
แล้วเห็นว่าข้าราชการผู้ใดมีผลการปฏิบัติราชการในระดับที่ต้องให้ได้รับการ
พัฒนาปรับปรุงตนเอง ก็ให้แจ้งผู้นั้นทราบเกี่ยวกับผลการประเมิน
พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อ
รับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้
ในการพัฒนาปรับปรุงตนเองให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการผู้นั้นทำคำมั่น
ในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง
โดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจน
เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป
การประเมินผลการปฏิบัติราชการ และการพัฒนาปรับปรุงตนเองของข้าราชการดังกล่าวให้มีระยะเวลาไม่เกินสามรอบการประเมิน
ในกรณีที่ผู้ถูกประเมินเห็นว่า
การประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บังคับบัญชามีความไม่เป็นธรรมอาจทำคำ
คัดค้านยื่นต่อผู้บังคับบัญชารวมไว้กับผลการประเมินเพื่อเป็นหลักฐานได้
3.
เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตามคำมั่นในการ
พัฒนาปรับปรุงตนเองแล้ว ปรากฏว่า
ผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการ
พัฒนาปรับปรุงตนเอง
ให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุ
เมื่อได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง
ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุอาจดำเนินการ ดังนี้
(1) กรณีข้าราชการผู้รับการประเมินประสงค์จะออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ออกจากราชการหรือ
(2)
สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองอีกครั้งหนึ่ง
โดยทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นครั้งที่สอง หรือ
(3) สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการ
เมื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุมีคำสั่งตาม (1) หรือ (3)
แล้วแต่กรณีให้รายงาน อ.ก.พ. กระทรวง ในกรณีที่ อ.ก.พ. กระทรวงเห็นว่า
คำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็นประการใด
ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุ ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ.
กระทรวงมีมติ
4.เมื่อ อ.ก.พ. กระทรวงมีมติเป็นประการใดแล้ว
และผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมีคำสั่งหรือปฏิบัติตามที่
อ.ก.พ. กระทรวงมีมติแล้ว
ให้แจ้งคำสั่งหรือการปฏิบัติดังกล่าวให้ข้าราชการผู้นั้นทราบ
5. ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตาม กฎ ก.พ. นี้
มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค.)ภายใน 30
วันนับแต่วันทราบ หรือวันที่ถือว่าทราบคำสั่งให้ออกจากราชการ
6.ในกรณีที่มีการดำเนินการเพื่อสั่งให้ข้าราชการออกจากราชการตามกฎ
ก.พ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการ
กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2547
ก่อนวันที่กฎ ก.พ. นี้ใช้บังคับ
การพิจารณาสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการตาม กฎ ก.พ. ฉบับดังกล่าวต่อไป

#1 By โหลดเพลงใหม่ เพลงฮิต ละครดังฟรี (180.210.216.67) on 2010-02-25 16:21