Disease

รหัสหัตถการ(ICD-9CM)

posted on 05 Jan 2010 11:02 by tahwan  in Disease
    วันนี้เรามีรหัส ICD-9 มาให้เอาไปใช้งานก่อนนะ คงจะเป็นเท่าที่หามาได้มีเท่านี้ก่อน ถ้าหามาได้อีกจะมาเพิ่มให้ใหม่ ฝากไปอัพข้อมูลก่อนส่ง JHCIS หรือ HCIS กันเอาเองนะ ขอขอบคุณพี่เนตรทรายด้วยที่ช่วยเรื่องข้อมูล .......ตามนี้เลยนะ ในช่องที่ว่าง ๆ กำลังดำเนินการหาให้อยู่นะ..รอหน่อยนะ...
รหัส ICDCMName ข้อมูลในฐาน
9938 Administration of tetanus toxoid ค่าฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
9944 Vaccination against rabies ค่าฉีดยา PCEC
9701 Repalcement of (naso-)gastric or esophagostomy tub ใส่สายยางกระเพาะอาหาร
991 Injection or infusion of therapeutic or prophylact ฉีด IM
5794 Insertion of indwelling urinary catheter ใส่สายสวนปัสสาวะ
9357 Application of other wound dressing ทำแผล
8604 Other incision with drainage of skin and subcutane ค่าผ่าฝี
9821 Removal of superficial foreign body from eye with... สิ่งแปลกปลอมออกจากตา
9789 Removal of other therapeutic device ตัดไหม
9811
Removal of intraluminal foreign body from ear with
สิ่งแปลกปลอมออกจากหู
9918
Injection or infusion of electrolytes
IV
941
Psychiatric interviews, consultations and evaluati
ล้างตา
7359
Other manually assisted delivery
คลอดปกติ
9357
Application of other wound dressing
เย็บแผล
9509
Eye examination, not otherwise specified
ตรวจตา
7534
Fetal monitering, not otherwise specified
ตรวจครรภ์
9812
Removal of intraluminal foreign body from nose with สิ่งแปลกปลอมออกจากจมูก
9813
Removal of intraluminal foreign body from pharynx
สิ่งแปลกปลอมออกจากปาก
8623
Removal of nail, nailbed, or nail fold
ถอดเล็บ
8937
Vital capacity determination
ตรวจสมรรถภาพปอด
8936
Manual examination of breast
ตรวจเต้านม
9394
Respiratory medication administered by nebulizer
พ่นยาขยายหลอดลม
- - ค่าตรวจภายใน
- - ค่าผ่าซีสท์
- - ค่าฝานตาปลา
- - ค่าล้างจมูก / ข้าง
- - ค่า I & D ทางตา / ข้าง
- - เช็ดตา (เฉพาะผู้ป่วยนอกหรือฉุกเฉิน)

โรคตาแดง (Hemorrhagic Conjunctivitis)

posted on 25 Sep 2009 15:35 by tahwan  in Disease
       
        เป็นโรคติดต่อที่ระบาดง่าย เกิดจากการอักเสบของเยื้อบุตาจากการติดเชื้อไวรัส อาคิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยไม่ติดต่อกันทางสบสายตา หรือทานอาหารร่วมกัน มักเกิดในที่มีคนอยู่รวมกันมาก ๆ เช่น โรงเรียน โรงงาน ชุมชนแออัด เป็นต้น มักพบผู้ติดเชื้อไวรัสตาแดงในฤดูฝน ระยะเวลาของโรค 5-14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น

อาการ

        อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน ระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล เจ็บตา มักมีขี้ตามาร่วมด้วย ต่อมน้ำเหลือง หน้าหูมักเจ็บและบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน และจะติดต่อมายังอีกข้างได้ ถ้าระมัดระวังไม่ให้น้ำตาข้างที่ติ่ดเชื้อไวรัสมาถูกตาอีกข้างที่ดี ก็จะช่วยป้องกันตาข้างที่ยังไม่มีอาการได้
 
โรคแทรกซ้อน
        มีอาการเคืองตามาก ลืมตาไม่ค่อยได้ เกิดจากกระจกตาอักเสบซึ่งจะดีขึ้นได้ภายใน 3 วัน สัปดาห์หรือบางรายเป็น 1-3 เดือน ทำให้ตามัว และพร่าอยู่เป็นเวลานาน
 
การป้องกัน
  1. แยกของใช้ส่วนตัว ไม่ให้ผู้อื่นมาใช้ร่วม และหมั่นล้างมือฟอกสบู่บ่อย ๆ
  2. พัก ผ่อนอยู่กับบ้าน ไม่ควรใช้สายตามากถ้าไม่จำเป็น เด็กที่เป็นโรคตาแดง ไม่ควรให้ไปโรงเรียนเพราะจะนำโรคไปติดต่อเพื่อนได้ ผู้ใหญ่ควรหยุดพักผ่อนอยู่กับบ้านจนกว่าจะหายตาแดง
  3. ประคบตาด้วยผ้าเย็น เช็ดน้ำด้วยสำลีสะอาด ชุบน้ำต้มสุกจะช่วยให้รู้สึกสบายตามากขึ้น

การป้องกันโรคตาแดง

  • อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น
  • อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
  • ล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือเข้าตา
  • ใส่แว่นตากันถ้าต้องเจอสารเคมี
  • อย่าใช้ยาหยอดตาของผู้อื่น
  • อย่าว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีน
  • ยาเมื่อไม่ได้ใช้ให้ทิ้ง
  • อย่าสัมผัสมือ
  • เช็ดลูกบิดด้วยน้ำสบู่เพื่อฆ่าเชื้อโรค

การรักษาตาแดงด้วยตัวเอง

  • ประคบเย็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ10-15 นาที
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • อย่าขยี้ตาเพราะจะทำให้ตาระคายมากขึ้น
  • ใส่แว่นกันแดด หากมองแสงสว่างไม่ได้
  • อย่าใส่ contact lens ช่วยที่มีตาแดง
  • เปลี่ยนปลอกหมอนทุกวัน เปลี่ยนหมอนทุก 2 วัน

หากมีอาการต่อไปนี้ให้รีบพบแพทย์

  • ตามัวลง
  • ปวดตามากขึ้น
  • กรอกตาแล้วปวด
  • ไข้
  • ให้ยาไปแล้ว 48 ชั่วโมงไม่ดีขึ้น
  • น้ำตายังไหลอยู่แม้ว่าจะได้ยาครบแล้ว
  • โรคไข้หวัดใหญ่ 2009

    posted on 29 Apr 2009 22:01 by tahwan  in Disease

    1. ไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดตามข่าวอยู่ในขณะนี้ คือโรคอะไร

    โรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน ไม่พบว่ามีการติดต่อมาจากสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นเชื้อตัวใหม่ที่ไม่เคยพบทั้งในสุกรและในคน เป็นเชื้อที่เกิดจากการผสมสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ของสุกรเป็นส่วน ใหญ่ และมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคน และเชื้อไข้หวัดที่พบในนกด้วย ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขเรียกชื่อโรคนี้ในเบื้องต้นว่า “โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก” ไปก่อน จนกว่าองค์การอนามัยโลกจะกำหนดชื่ออย่างเป็นทางการออกมา

    2. เกิดการระบาดขึ้นที่ประเทศใดบ้าง

    ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นมา เริ่มพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และผู้ป่วยปอดบวม จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (ณ วันที่ 26 เมษายน 2552) มีผู้ป่วยที่สามารถยืนยันทางห้องปฏิบัติการได้ว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่นี้ 18 ราย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโกรายงานว่ามีผู้ป่วย 1,614 ราย เสียชีวิต 103 ราย ส่วนในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เดียวกัน 20 ราย ใน 5 มลรัฐ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย 7 ราย เท็กซัส 2 ราย ซึ่งทั้ง 2 รัฐนี้มีชายแดนติดกับประเทศเม็กซิโก รัฐนิวยอร์ก 8 ราย แคนซัส 2 ราย โอไฮโอ 1 ราย ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง และไม่มีผู้เสียชีวิต

    3. เคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีในประเทศไทยหรือไม่

    จากระบบการเฝ้าระวังโรคของประเทศ ทั้งการเฝ้าระวังผู้ป่วยและการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ ไม่เคยพบเชื้อดังกล่าวนี้ในประเทศไทย

    4. คนติดโรคนี้ได้อย่างไร

    คนส่วนใหญ่ติดโรคไข้หวัดใหญ่จากการถูกผู้ป่วยไอจามรดโดยตรง เนื่องจากมีเชื้อไวรัสอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แต่บางรายอาจได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปน เปื้อนเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ลูกบิดประตู โทรศัพท์ แก้วน้ำ เป็นต้น

    5. ขณะนี้สามารถรับประทานเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์จากหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

    รับประทานได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเชื้อไว้รัสไข้หวัดใหญ่จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหาร ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป และจากการสอบสวนโรคไม่เคยพบผู้ป่วยติดโรคจาการรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุก

    6. อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีอะไรบ้าง

    อาการใกล้เคียงกับอาการโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ อาจมีอาเจียน ท้องเสียด้วย ผู้ป่วยที่สหรัฐมีอาการไม่รุนแรง ส่วนใหญ่หายป่วยโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยหลายรายในเม็กซิโก มีอาการปอดอักเสบรุนแรง (หอบ หายใจลำบาก) และเสียชีวิต

    7. มียาชนิดใดบ้างที่สามารถรักษาโรคนี้ได้

    ยาต้านไวรัสซึ่งใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่นี้ได้ผล คือ ยา oseltamivir เป็นยาชนิดกิน และยา zanamivir เป็นยาชนิดพ่น แต่ผลการตรวจเชื้อไวรัสนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าเชื้อนี้ดื้อต่อยาต้าน ไวรัส amantadine และ rimantadine

    8. ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ในไทย ขณะนี้มีพอเพียงหรือไม่

    ประเทศไทยได้สำรองยานี้ไว้พอเพียงสำหรับการรักษาผู้ป่วย ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้สำรองยาที่นี้ไว้ พอเพียงเพื่อการควบคุมการระบาดจากเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ณ จุดเกิดเหตุ โดยองค์การเภสัชกรรมผลิตยา GPO-A-Flu และพร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดหากเกิดการระบาดใหญ่

    9. มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี้หรือไม่

    ขณะนี้ยังไม่มี และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ผลิตใช้อยูในปัจจุบันไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้

    10. คำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อ

    1. หากไม่จำเป็น ควรเลื่อนหรือชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง

    2. หากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอจาม หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด

    3. ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ภายใน 7 วันหลังจากเดินทางกลับ ให้รีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฏิบัติตนอย่างเข้มงวด

    4. สร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง โดย

    4.1 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียง

    4.2 หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม

    4.3 นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง

    4.4 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    4.5 หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ ภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องแจ้งสำนักงานสาธารณสุข เพื่อเข้าดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

     

    ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข 27 เมษายน 2552